เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00 - 22.00 น.

5 เทคนิคการเขียนวัตถุประสงค์งานวิจัย ให้คมชัดวัดผลได้ พร้อมตัวอย่าง

5 เทคนิคการเขียนวัตถุประสงค์งานวิจัย ให้คมชัดวัดผลได้ พร้อมตัวอย่าง

 

 

        หลังจากที่เราเขียนที่มาและความสำคัญของปัญหาแล้ว ขั้นตอนถัดไปเป็นการกำหนดวัตถุประสงค์ ซึ่งต้องตอบโจทย์ที่มาและความสำคัญของปัญหา เพราะวัตถุประสงค์จะเป็นเข็มทิศที่บอกว่าโปรเจคนี้จะเดินไปทางไหน ถ้าตั้งโจทย์ผิด งานที่เหลือก็หลงทาง วัตถุประสงค์ไม่ใช่แค่อยากทำอะไร แต่คือ เป้าหมายปลายทางที่ต้องพิสูจน์ได้ ผมแยกหัวข้อเอาไว้แล้วกดคลิกที่หัวข้อเพื่ออ่านได้เลยครับ

วัตถุประสงค์คืออะไร
5 เทคนิค SMART เขียนวัตถุประสงค์ให้คมชัด วัดผลได้จริง
ขั้นตอนการร่างวัตถุประสงค์จากชื่อหัวข้อโปรเจค
คำกริยา "ต้องห้าม" และคำกริยา "แนะนำ" ที่ควรใช้ในวัตถุประสงค์
สรุปเทคนิคการเขียนวัตถุประสงค์ที่ดี


วัตถุประสงค์คืออะไร

วัตถุประสงค์ คือ ข้อกำหนดที่ผู้จัดทำตั้งใจจะค้นหาคำตอบเพื่อแก้ปัญหาที่ระบุไว้ในบทนำ เป็นส่วนที่ระบุทิศทางอย่างเจาะจงว่าโปรเจคชิ้นนี้จะทำอะไรบ้าง ต้องเป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องที่ตั้งใจจะศึกษา ใช้เป็นตัวเลือกเครื่องมือหรือสถิติที่ใช้ และระบุการประเมินผล เพื่อให้บรรลุเป้าหมายใหญ่ของโปรเจค โดยเมื่อจบโปรเจคแล้ว คณะกรรมการสอบจะย้อนกลับมาดูว่า สิ่งที่คุณทำมาทั้งหมด ตอบโจทย์ตามที่เขียนไว้ในวัตถุประสงค์ครบทุกข้อหรือไม่? ผมจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพตามนี้นะครับ

  • ที่มาของปัญหา: "ตอนนี้บ้านเราขยะเยอะมาก และการแยกขยะยังทำได้ไม่ดีพอ"
  • ชื่อหัวข้อโปรเจค: "การพัฒนาระบบคัดแยกขยะอัจฉริยะด้วย AI"
  • วัตถุประสงค์: "เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของถังขยะที่สามารถแยกพลาสติกกับกระดาษได้โดยอัตโนมัติ"

ลักษณะเด่นของวัตถุประสงค์ ต้องขึ้นต้นด้วยคำกริยาเชิงพฤติกรรม เช่น เพื่อศึกษา, เพื่อพัฒนา, เพื่อเปรียบเทียบ ซึ่งต้องมีความชัดเจนและวัดผลได้ ที่สำคัญต้องสอดคล้องกับชื่อเรื่องและที่มาของปัญหาแบบ 100% หัวข้อถัดๆ ไปเป็นเนื้อหาที่เข้มข้นแน่นอน

5 เทคนิค SMART เขียนวัตถุประสงค์ให้คมชัด วัดผลได้จริง

การเขียนวัตถุประสงค์ที่ดี ไม่ใช่แค่การเขียนตามใจชอบ ควรใช้หลัก S-M-A-R-T ที่ประกอบด้วย 5 เทคนิคเพื่อให้โปรเจคเรามีทิศทางที่ชัดเจนดังนี้ครับ

S - Specific (เฉพาะเจาะจง)

วัตถุประสงค์ต้องระบุให้ชัดเจนว่า "จะทำอะไร" กับ "ใคร" หรือ "อะไร" ไม่ควรเขียนกว้างจนเกินไปไม่เคลียร์ เพื่อศึกษาเรื่องการใช้แอปพลิเคชันเฉพาะเจาะจง เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้แอปพลิเคชันสั่งอาหารของผู้สูงอายุในเขตกรุงเทพมหานคร

M - Measurable (วัดผลได้)

ต้องมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่าเราทำสำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่ ส่วนใหญ่มักแสดงออกผ่านข้อมูลสถิติหรือผลลัพธ์ของระบบ ตัวอย่าง "เพื่อหาประสิทธิภาพของระบบ..." (เราสามารถวัดค่าความถูกต้องหรือความเร็วออกมาเป็นตัวเลขได้)

A - Achievable (ทำได้จริง)

ต้องเป็นเป้าหมายที่สามารถทำให้สำเร็จได้ด้วยทรัพยากร เครื่องมือ และความรู้ที่เรามีในขณะนั้น คำถามเช็กตัวเอง "เรามีเครื่องมือหรือกลุ่มตัวอย่างเพียงพอที่จะหาคำตอบนี้ไหม?"

R - Relevant (สอดคล้อง)

วัตถุประสงค์ต้องสอดคล้องกับชื่อเรื่องและที่มาของปัญหาที่เราเขียนไว้ก่อนหน้า อย่าตั้งเป้าหมายที่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาหลักของงานวิจัย ตัวอย่าง ถ้าชื่อเรื่องทำเกี่ยวกับ "ความปลอดภัย" วัตถุประสงค์ก็ต้องเน้นไปที่การสร้างหรือทดสอบความปลอดภัย ไม่ใช่ไปเน้นเรื่องความสวยงามของหน้าจอ

T - Time-bound (มีกรอบเวลา)

เป้าหมายนั้นต้องสามารถทำเสร็จได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด (เช่น 1 เทอม หรือ 1 ปี ของโปรเจคจบ) ข้อควรระวัง อย่าตั้งวัตถุประสงค์ที่ต้องใช้เวลาเก็บข้อมูลยาวนานหลายปีเกินกว่ากำหนดการของโปรเจค

ขั้นตอนการร่างวัตถุประสงค์จากชื่อหัวข้อโปรเจค

เพื่อให้วัตถุประสงค์สอดคล้องกับชื่อเรื่องแบบ 100% ให้คุณใช้เทคนิค "การแยกส่วนประกอบ" ของชื่อหัวข้อโปรเจคออกมาเป็นขั้นตอนการทำงานจริง เหมาะสำหรับโปรเจคที่มีชื่อหัวข้อแล้วนะครับ ถ้ายังไม่ได้ตั้งชื่อก็อ่านเล่นๆ ไปก่อนได้ หรือสามารถตรวจสอบการตั้งชื่อโปรเจคที่ดีจากบทความนี้เลย ถ้ามีชื่อหัวข้อโปรเจคพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลย

ขั้นตอนที่ 1 วิเคราะห์ "คำหลัก" (Keywords) ในชื่อเรื่อง

ให้ลองดูชื่อโปรเจคของคุณว่ามีองค์ประกอบอะไรบ้างที่ต้องทำให้สำเร็จ

  • ตัวอย่างชื่อโปรเจค "การพัฒนาแอปพลิเคชันจัดการขยะรีไซเคิลด้วยเทคโนโลยี AI สำหรับครัวเรือน"
  • คำหลักที่พบ 1. แอปพลิเคชันจัดการขยะ 2. เทคโนโลยี AI 3. ครัวเรือน (ผู้ใช้งาน)

ขั้นตอนที่ 2 แตกคำหลักออกมาเป็น "กิจกรรมหลัก"

นำคำหลักมาตั้งเป็นคำถามว่า "ต้องทำอะไรบ้างถึงจะได้สิ่งนี้มา?"

  • ต้องรู้ก่อนไหมว่าครัวเรือนเขามีปัญหาอะไรในการแยกขยะ? (การศึกษา)
  • ต้องสร้างตัวแอปฯ และตัว AI ใช่ไหม? (การพัฒนา)
  • สร้างเสร็จแล้วต้องดูว่ามันใช้ได้ดีจริงไหม? (การหาประสิทธิภาพ)

ขั้นตอนที่ 3 เรียบเรียงเป็นภาษาวัตถุประสงค์

นำกิจกรรมจาก Step 2 มาใส่คำกริยาเชิงวิชาการที่สอนไปในหัวข้อก่อนหน้า

  • ข้อที่ 1 เพื่อศึกษาพฤติกรรมและปัญหาในการจัดการขยะรีไซเคิลของครัวเรือน (ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย)
  • ข้อที่ 2 เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันจัดการขยะรีไซเคิลโดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI (ตอบโจทย์ตัวชิ้นงาน)
  • ข้อที่ 3 เพื่อหาประสิทธิภาพของระบบและการยอมรับของผู้ใช้งาน (ตอบโจทย์คุณภาพงาน)

ข้อควรระวัง: อย่าเขียนวัตถุประสงค์ซ้อนกัน โดยใน 1 ข้อควรมีแค่ 1 ประโยคหลัก

  • ไม่ควรเขียน: "เพื่อพัฒนาแอปฯ และประเมินความพึงพอใจ" (เพราะถ้าแอปฯ เสร็จแต่คนไม่พอใจ จะถือว่าวัตถุประสงค์ข้อนี้ผ่านหรือไม่ผ่าน?)
  • ควรเขียน: แยกเป็นคนละข้อกัน เพื่อให้การสรุปผลตอนท้ายชัดเจนครับ

คำกริยา "ต้องห้าม" และคำกริยา "แนะนำ" ที่ควรใช้ในวัตถุประสงค์

ในการเขียนวัตถุประสงค์ เราจะไม่ใช้คำฟุ่มเฟือยหรือคำที่มีความหมายกว้างเกินไป แต่จะใช้คำกริยาที่แสดงออกถึง การกระทำที่วัดผลได้ แบ่งเป็นกลุ่มตามประเภทงานดังนี้

กลุ่มงานสำรวจและหาความสัมพันธ์ (Exploratory/Analytical)

ใช้เมื่อคุณต้องการทำความเข้าใจปรากฏการณ์หรือพฤติกรรมบางอย่างคำที่ควรใช้ เพื่อศึกษา..., เพื่อสำรวจ..., เพื่อวิเคราะห์..., เพื่อเปรียบเทียบ..., เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่าง... ตัวอย่าง เพื่อ วิเคราะห์ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกใช้บริการ Cloud Computing

กลุ่มงานพัฒนาและสร้างสรรค์ (Development/IT)

ใช้เมื่อคุณมีการสร้างชิ้นงาน แอปพลิเคชัน หรือระบบขึ้นมา (ยอดฮิตสำหรับโปรเจค IT) คำที่ควรใช้ เพื่อพัฒนา..., เพื่อสร้าง..., เพื่อออกแบบ..., เพื่อสังเคราะห์..., เพื่อประยุกต์ใช้... ตัวอย่าง เพื่อ พัฒนา แอปพลิเคชันแจ้งเตือนสถานการณ์ขนส่งสินค้า หากนึกไม่ออกจริงๆ สำหรับงานสาย IT หรือการสร้างนวัตกรรม มักจะใช้สูตร 3 ข้อนี้เป็นหลักครับ

  1. ศึกษา/วิเคราะห์ เพื่อศึกษาความต้องการหรือวิเคราะห์ปัญหา (ก่อนเริ่มทำ)
  2. พัฒนา/สร้าง เพื่อพัฒนา...[ชื่อโปรเจคของคุณ]... (ช่วงที่ลงมือทำ)
  3. ประเมิน/หาประสิทธิภาพ เพื่อประเมินผลการใช้งานหรือหาประสิทธิภาพ (หลังทำเสร็จ)

กลุ่มงานหาประสิทธิภาพ (Evaluation)

ใช้เมื่อต้องการทดสอบว่าสิ่งที่เราทำนั้นดีจริงไหม คำที่ควรใช้ เพื่อหาประสิทธิภาพของ..., เพื่อประเมินความพึงพอใจ..., เพื่อทดสอบ..., เพื่อเปรียบเทียบผลของ... ตัวอย่าง เพื่อ หาประสิทธิภาพ ของอัลกอริทึมในการตรวจจับใบหน้าคำกริยาต้องห้าม (ที่มือใหม่มักพลาดใช้) คำเหล่านี้มักถูกกรรมการตีกลับ เพราะมัน "วัดผลไม่ได้" และไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดของงานอยู่ตรงไหน "เพื่อทราบ..." หรือ "เพื่อรู้..." ความรู้เป็นเรื่องนามธรรม วัดไม่ได้ว่าแค่ไหนถึงเรียกว่า "ทราบ" "เพื่อเข้าใจ..." กรรมการจะถามว่า "ใช้อะไรเป็นเกณฑ์วัดความเข้าใจ?" "เพื่อศึกษาแนวทาง..." คำว่า "แนวทาง" มักจะกว้างเกินไปจนไม่รู้ว่าจะทำอะไรกันแน่ "เพื่อนำไปใช้ประโยชน์..." ส่วนนี้มักจะเป็น "ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ" ไม่ใช่ "วัตถุประสงค์" ที่คุณต้องทำในงานวิจัย

สรุปเทคนิคการเขียนวัตถุประสงค์ที่ดี

วัตถุประสงค์ที่ดีควรเขียนเป็นข้อๆ (มักจะไม่เกิน 3-5 ข้อ) ในหนึ่งโปรเจค ไม่จำเป็นต้องมีวัตถุประสงค์ข้อเดียว เราสามารถแบ่งเป็นข้อๆ โดยเรียงตามลำดับการทำงานจริง เช่น

  • ข้อที่ 1 (ศึกษา): เพื่อศึกษาพฤติกรรมและปัญหาของผู้ใช้... (เริ่มจากหาข้อมูลก่อน)
  • ข้อที่ 2 (พัฒนา): เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชัน... (ลงมือสร้าง)
  • ข้อที่ 3 (ประเมิน): เพื่อหาประสิทธิภาพและประเมินความพึงพอใจ... (ทดสอบผล)

และแต่ละข้อควรมีเพียงประเด็นเดียว เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการสรุปผล วัตถุประสงค์ไม่ใช่ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับนะครับ (เช่น เพื่อให้นักศึกษามีความรู้เพิ่มขึ้น แบบนี้ไม่ใช่) แต่มันคือสิ่งที่คุณต้อง ลงมือทำจริงๆ ในโปรเจคครับ 

       เรายังมีบทความและเทคนิการทำโปรเจคให้อ่านอีกมากมาย ผมฝากติดตามเฟสบุ๊ครับทำโปรเจค และช่องสอนทำโปรเจค หรือถ้าต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านการทำโปรเจครีบติดต่อทีมงานรับทำโปรเจค เพื่อรับคำปรึกษาได้ฟรี


 

แชร์ข่าวนี้ให้เพื่อนคุณ:
กลับหน้าเทคนิคการทำโปรเจค

 

อย่าลืมกดติดตามอัปเดตข่าวสาร เทคนิคดีๆกันนะครับ Please follow us

เรื่องที่เกี่ยวข้อง: