เทคนิคการเขียนโครงร่างงานวิจัย (Proposal) แจกเทมเพลตฟรี!
การเขียน Proposal หรือตัวอย่างโครงร่างงานวิจัย เป็นเอกสารที่นำเสนอรายละเอียดของงานวิจัย เพราะชี้ให้เห็นถึงประเด็นปัญหาการวิจัย แผนการดำเนินงานเป็นขั้นตอนกระบวนการ งบประมาณภายใต้ระยะเวลาที่กำหนด ความเป็นไปได้ในการทำวิจัยสำเร็จ เป็นขั้นตอนแรกที่ผู้ทำวิจัยต้องศึกษาและดำเนินการ มีรายละเอียดอย่างไร คลิกเลือกหัวข้อที่ต้องการอ่านได้เลยครับ
แบบเสนอหัวข้องานวิจัย คืออะไร?
แบบเสนอหัวข้องานวิจัย (Research proposal) คือ เอกสารที่จัดทำขึ้นเพื่ออธิบายและตั้งคำถามวิจัยเสนอให้คณะกรรมการหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการพิจารณาหรือการอนุมัติให้ดำเนินการด้านวิจัย โดยวัตถุประสงค์หลักของแบบเสนอหัวข้องานวิจัยแสดงให้เห็นถึงประโยชน์และความสำคัญของงานวิจัยนั้น ๆ เรื่องที่จะนำมาศึกษาดังกล่าวต้องน่าสนใจในทางวิชาการหรือในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังช่วยกำหนดขอบเขตและแนวทางการดำเนินงานวิจัยให้ชัดเจน และมีความเป็นไปได้ แบบเสนอหัวข้องานวิจัยเปรียบเสมือนพิมพ์เขียว ซึ่งหากเขียนได้ดีและชัดเจนแล้วมีโอกาสที่งานวิจัยนั้นจะประสบความสำเร็จถึง 70% โดยมีเนื้อหาครอบคลุมรูปเล่มงานวิจัยบทที่ 1 ถึงบทที่ 3 เลยทีเดียว
องค์ประกอบแบบเสนอหัวข้อหรือโครงร่างงานวิจัย

รูปภาพแสดงองค์ประกอบของแบบเสนอหัวข้อหรือโครงร่างงานวิจัย
จากรูปภาพสามารถอธิบายองค์ประกอบของแบบเสนอหัวข้อหรือโครงร่างงานวิจัยซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ดังนี้
- ส่วนนำ เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับชื่อหัวข้องานวิจัยและผู้วิจัย ประกอบด้วย ชื่อโครงการวิจัย ประเภทงานวิจัย สาขาวิชาหรือกลุ่มวิชาที่ทำการวิจัย ประวัติของผู้วิจัย
- ส่วนเนื้อเรื่อง เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาสาระของงานวิจัย ประกอบด้วย ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์การวิจัย แนวคิดทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง สมมุติฐานของการวิจัย นิยามศัพท์เฉพาะ วิธีดำเนินการวิจัย
- ส่วนท้ายเรื่อง เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการปฏิบัติงานตามวิธีดำเนินการวิจัย และรายละเอียดอื่นๆ ประกอบด้วย แผนการดำเนินการและระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัย สถานที่วิจัย วัสดุอุปกรณ์และงบประมาณที่ใช้ในการวิจัย ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ และเอกสารอ้างอิง
หลักการเขียนแบบเสนอหัวข้อหรือโครงร่างงานวิจัย
การเขียนแบบเสนอหัวข้อหรือโครงร่างงานวิจัยไม่ใช่เพียงแค่เขียนให้ครบตามหัวข้อในแบบฟอร์มที่กำหนดเท่านั้น ควรมีการเรียบเรียงเนื้อหาให้สอดคล้องสัมพันธ์กัน และเขียนให้ดีมีประสิทธิภาพ โดยมีหลักการเขียนดังนี้
- ความถูกต้อง คือ ความถูกต้องในข้อเท็จจริงและความถูกต้องตามหลักวิชาการ การใช้แนวคิดทฤษฎี นิยามศัพท์ต้องมีการอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ วิธีการดำเนินการวิจัยถูกต้องตามหลักวิชาการ การวิเคราะห์ผลการวิจัยมีความถูกต้องแม่นยำ สามารถตอบโจทย์ของวัตถุประสงค์ได้
- ความชัดเจน คือ ต้องเขียนให้ชัดเจน ผู้วิจัยต้องศึกษาและเข้าใจประเด็นปัญหาอย่างแท้จริง สามารถเรียบเรียงการดำเนินการเป็นขั้นตอน ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ใช้ศัพท์ยากจนเกินไป
- ความสอดคล้อง คือ แบบเสนอหัวข้อจะต้องมีความสอดคล้องสัมพันธ์กันตลอดทั้งโครงการ ตั้งแต่ชื่อหัวข้อ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ ขอบเขตการวิจัย วิธีดำเนินการวิจัย แผนการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ งบประมาณที่ใช้ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
- ความครบถ้วน คือ แบบเสนอหัวข้องานวิจัยต้องมีหัวข้อย่อยภายในเอกสารครบถ้วนเหมาะสมกับหัวข้องานวิจัย
- ความต่อเนื่อง คือ แบบเสนอหัวข้องานวิจัยต้องเรียบเรียงความคิดให้เป็นระบบระเบียบ เรียบเรียงข้อความต่างๆ ให้เป็นเหตุเป็นผลมีลำดับที่ดี
- ความคงที่ คือ การใช้คำ วลี คำศัพท์ ข้อความต้องเป็นแบบเดียวกันหรือมีความคงที่ คงเส้นคงวาตลอดทั้งฉบับ เช่น นักเรียน นักศึกษา นิสิต ปรากฏในรายงานฉบับเดียวกันซึ่งควรเลือกใช้เป็นคำเดียวไปเลย ไม่ควรใช้คำศัพท์ที่มีความหมายกำกวมหรือไม่ชัดเจน
- ความเหมาะสม คือ การเขียนที่มาและความสำคัญของปัญหาต้องสมเหตุสมผล ขอบเขตการวิจัยเหมาะสมกับหัวข้อไม่กว้างหรือไม่แคบจนเกินไป วิธีดำเนินการวิจัยและระยะเวลา รวมไปถึงงบประมาณต้องมีความเหมาะสม
- ความเป็นไปได้ คือ งานวิจัยต้องมีความเป็นไปได้ในทางเทคนิคหรือวิธีดำเนินการวิจัยโดยสามารถทำให้งานวิจัยสำเร็จได้ รวมไปถึงความเป็นไปได้ในการใช้จ่ายงบประมาณ
- ความมีจริยธรรมและจรรยาบรรณ คือ ข้อความหรือประโยคบางประโยคที่นำมาใช้ในเล่มรายงานวิจัยจำเป็นต้องอาศัยการอ้างอิงเอกสารแนวคิด ทฤษฎี ผลงานวิจัยและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยระมัดระวังที่ต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น
เทคนิคการเขียนแบบเสนอหัวข้อหรือโครงร่างงานวิจัย
- ชื่อหัวข้องานวิจัยหรือโครงงาน มีความชัดเจน กระชับ ไม่เขียนยืดยาวเกินไป อ่านแล้วน่าสนใจ สามารถดำเนินการวิจัยได้จริง ถ้าอยากรู้เรื่องเทคนิคการตั้งชื่อหัวข้อโปรเจคคลิกเข้าไปอ่านได้เลยครับ หรือหากยังไม่มีไอเดียสามารถดูตัวอย่างหัวข้องานวิจัยได้
- ชื่อวิชาหรือสาขาวิชาที่ทำการวิจัย
- รายชื่อผู้ดำเนินงานวิจัย ชื่อ-นามสกุลของผู้ทำวิจัย ประวัติการศึกษา การทำงาน บอกคร่าวๆ
- ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา นำเสนอปัญหาที่เกิดขึ้น ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของปัญหาและผลกระทบกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมทั้งบอกแนวทางหรือเทคนิควิธีการแก้ปัญหา ผมเขียนบทความเรื่องเทคนิคการเขียนความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาเอาไว้แบบละเอียดมากๆ นะครับ ถ้าสนใจเรื่องนี้อยู่ลองเข้าไปอ่านได้
- วัตถุประสงค์ของการวิจัย กล่าวถึงเรื่องที่ต้องการศึกษา ต้องการคำตอบหรือข้อเท็จจริงจากการวิจัย เช่น เพื่อจำแนก เพื่อแก้ปัญหา เพื่ออธิบาย เพื่อส่งเสริม เพื่อพัฒนาระบบ เพื่อศึกษาแนวทาง
- แนวคิดทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ให้เขียนเรียงลำดับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน อธิบายถึงทฤษฎีที่จะนำมาใช้ในงานวิจัย งานวิจัยที่เกี่ยวข้องไม่ควรเก่าเกิน 5 ปีนับจากปัจจุบัน
- สมมุติฐานของการวิจัย (มีหรือไม่มีก็ได้) บอกแนวทางหรือทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระกับตัวแปรตามในการวิจัยเพื่อคาดคะเนผลที่จะได้จากการวิจัย
- ขอบเขตการวิจัย กล่าวถึงเนื้อหาที่จะศึกษา ตัวแปร เครื่องมือที่ใช้ และระยะเวลา
- นิยามศัพท์เฉพาะ (จะมีหรือไม่มีก็ได้) หากเป็นศัพท์ทั่วๆ ไปก็ไม่ควรมีหัวข้อนี้ก็ได้ ถ้ามีอย่าอ้างอิงในวิกิพีเดีย เพราะไม่น่าเชื่อถือ
- วิธีดำเนินการวิจัย อธิบายแต่ละขั้นตอนอย่างคร่าวๆ ประกอบด้วย ประชากรกลุ่มตัวอย่างจะอ้างถึงหรือเฉพาะกลุ่ม วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างประชากร เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล วิธีการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล
- แผนการดำเนินงานวิจัย ระบุกิจกรรมที่จะต้องทำทั้งหมดในการวิจัย ต้องสอดคล้องกับระยะเวลา โดยทำเป็นตาราง
- ระยะเวลาที่ทำการวิจัย ทำเป็นตารางเพื่อให้ดูง่าย กำหนดระยะเวลาให้เหมาะสมหากได้รับการสนับสนุนทุนวิจัย ให้พิจารณาตามงบประมาณประกอบด้วย
- สถานที่ทำการวิจัย (จะมีหรือไม่มีก็ได้) กรณีถ้ามีต้องบอกว่าทำให้บริษัท องค์กรไหน ใส่ข้อมูลในองค์กรแบบคร่าวๆ
- วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ แยกเป็นฮาร์ดแวร์บอกสเป็คเครื่องขั้นต่ำ ใช้อะไรบ้าง เช่น คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ปริ้นเตอร์ สี ขาว-ดำ และซอฟต์แวร์ ใช้โปรแกรมหรือไลบรารี่อะไรบ้างพร้อมทั้งบอกเวอร์ชั่นและใช้ทำอะไร
- งบประมาณ จำแนกตามหมวดค่าใช้จ่าย ได้แก่ ค่าจัดทำเอกสาร ค่าวัสดุและอุปกรณ์ (ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์) เป็นต้น
- ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ควรสอดคล้องกับวัตถุประสงค์งานวิจัย และไม่จำเป็นต้องมีจำนวนข้อที่เท่ากัน
- เอกสารอ้างอิง แหล่งอ้างอิงข้อมูล ต้องมีความน่าเชื่อถือ รูปแบบตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด
สรุปการเขียนแบบเสนอหัวข้องานวิจัย วิทยานิพนธ์ โครงงานคอมพิวเตอร์ (Proposal)
ก่อนที่จะได้ทำงานวิจัยนักศึกษาต้องทำแบบเสนอหัวข้องานวิจัย เพื่อแสดงให้เห็นถึงโครงร่างของงานวิจัยแบบคร่าวๆ โดยจะแสดงรายละเอียด ความสำคัญของปัญหาและแนวทางหรือวิธีการแก้ไข มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร นำเสนอกรอบแนวคิดการวิจัย มีวิธีดำเนินการวิจัยเป็นขั้นตอน สามารถประมาณการค่าใช้จ่าย ระยะเวลาในการดำเนินงาน ทรัพยากรที่จำเป็นต้องใช้ เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานวิจัยไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยปฏิบัติงานได้บนพื้นฐานความเป็นจริง อาจารย์หรือคณะกรรมการจะให้ความเห็นชอบในการอนุมัติให้ดำเนินการหรือนำข้อเสนอไปขอรับการสนับสนุนทุนวิจัย
แจกฟรีเทมเพลตแบบเสนอหัวข้อหรือโครงร่างงานวิจัย (Free Research Proposal Template)
ถ้าชอบคอนเทนต์แบบนี้สามารถติดตามข่าวสารและบทความและเทคนิคการทำโปรเจคของ makewebproject เพื่ออัปเดทข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ หากท่านมีข้อเสนอแนะ หรือติดปัญหาส่วนไหนสามารถสอบถามผ่าน เฟสบุ๊ครับทำโปรเจค หรือช่องสอนทำโปรเจคได้เลยครับ แต่ถ้ากำลังติดปัญหาอยู่ ไม่รู้จะแก้ยังไง คุณอาจต้องการที่ปรึกษาด้านการทำโปรเจค ก็ลองติดต่อทีมงานรับทำโปรเจคได้เลยจ้า
การเขียนแบบเสนอหัวข้องานวิจัย แบบเสนอโครงร่างวิทยานิพนธ์ แบบเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์ แบบเสนอโครงการวิจัย ส่วนประกอบแบบเสนอหัวข้องานวิจัย โครงร่างงานวิจัย เริ่มต้นทำวิจัย ตัวอย่างแบบเสนอหัวข้องานวิจัย ตัวอย่างแบบเสนอหัวข้อวิทยานิพนธ์ Research Proposal Proposal How to write proposal Technique write research
กลับหน้าเทคนิคการทำโปรเจค